หน้าต่างครึ่งบาน

“ดวงตา เป็นหน้าต่างของดวงใจ”
หากเป็นเช่นนั้นจริง… วันนี้ หน้าต่างผมมัวไปครึ่งบาน
ไม่ได้เขียนเรื่องมาพักใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะเจ็บ “ตา” ข้างขวา
เริ่มมีอาการมาประมาณสามอาทิตย์ได้ แต่มาหนักมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เคืองตาเหมือนมีเศษผงติดข้างใน ผมซื้อน้ำยาล้างตามาล้างก็ไม่หาย
น้ำตาไหลเป็นพัก ๆ ตาสู้แสงไม่ได้
และที่หนักสุดคือ ตาข้างขวามันพร่ามัว เหมือนมีหมอกขาว ๆ บังตา
นึกถึงอัลบั้มเพลงของ ฮันนี่ – ภัสสร บุญเกียรติ
(แหม… ไม่อยากเล่าแบบนี้เลย ใครฟังก็เดาอายุคนเขียนได้ ว่ารุ่นไหน)
เพลงชุดนั้นคือ “นัยน์ตาเธอเหมือนมีเนื้อเยื่อพิเศษ” (หากจำไม่ผิดนะครับ)
ตอนตาเจ็บมาก ๆ นึกถึงเพลงชุดนี้เลยครับ
ผิดแต่ว่า… ร้องไม่ออก :-(
พออาการเริ่มไม่ดี ผมก็หยุดใส่คอนแทคเลนส์
แต่สองวันผ่านไปอาการยังไม่ดีขึ้น… เลยต้องถึงมือหมอ
ผมไปพบคุณหมอตาประจำตัว
(พอดีเป็นคุณหมอผู้ชาย… เลยไม่ได้ประจำใจ อิ..อิ)
คุณหมอท่านนี้ ดูแลเรื่องสายตาของผมมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก
แว่นตาคู่แรกก็คุณหมอท่านนี้แหล่ะครับ เป็นคนสั่งตัดให้
ตอนใส่แว่นครั้งแรก ตื่นเต้นมาก… ชอบ เพราะดูเป็นผู้ใหญ่ดี
(ตอนเด็ก ๆ นี่ เราอยากเร่งเวลาโตเร็ว ๆ แต่พอโตแล้วก็ไม่อยากแก่… ว่าไหม?)
พอใส่ไปใส่มา หลัง ๆ เริ่มไม่สนุก เล่นบอลก็ลำบาก ล้างหน้าก็ยุ่งยาก
เวลาเดินเข้าออกห้องแอร์ แว่นก็เป็นฝ้าอีก
ยิ่งเจอฝน ก็ยิ่งเป็นลูกหมาตกน้ำ ตาพร่ามัว
พอโตมาหน่อย คอนแทคเลนส์จึงเป็นทางออกที่ผมเลือก
แว่นตาเลยเก็บไว้ใส่เฉพาะตอนจะนอน หลังจากถอดเลนส์แล้ว
มาวันนี้ ต้องกลับมาใส่แว่นตาติดหน้าตลอดเวลาตื่น
เพราะคุณหมอบอกว่า “กระจกตาขวา” มีรอยถลอก
อาจเกิดจากโดนฝุ่นแล้วเผลอไปขยี้ตา
(แย่จัง… ปกติจะระวังมากเรื่องนี้)
อาการที่เคืองตานั้นก็เป็นเพราะรอยถลอกนี้สัมผัสกับหนังตาทุกครั้งเวลากระพริบ
เลยเหมือนมีฝุ่นเข้าตา
และเมื่อกระจกตามีรอย ก็เหมือนผิวกระจกไม่เนียนเรียบ
มองภาพก็จะไม่ชัดเจน มีม่านขาว ๆ มาบัง
ยิ่งเมื่อตาข้างหนึ่ง เห็นชัด อีกข้างมัว ก็เลยไปกันใหญ่
ฟังที่หมอเล่าตอนแรกก็ตกใจ
แต่หมอบอกว่า ไม่เป็นไรมาก เนื้อเยื่อจะค่อย ๆ สมานตัวเอง
ช่วงนี้ต้องใส่แว่น ดูแลความสะอาด พักสายตามาก ๆ และทานยาตามหมอสั่ง
(อันหลังนี่พูดเป็นสูตรของคุณหมอเลย)
พอหมอเริ่มอธิบายเรื่องยาที่จะจ่ายให้ก็เริ่มงง
เพราะมียาหยอดตา เป็นสเตียรอยด์ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
หมอย้ำนักหนาว่าห้ามใช้มากเกินไป
อาทิตย์แรกให้หยอดวันละ 4 ครั้ง อาทิตย์ถัดไปเหลือ 3 ครั้ง
จากนั้นทิ้งเลย ไม่ใช้ต่อ… อู้หู
อันต่อมาเป็นน้ำตาเทียม … (อ้อ อันนี้รู้จัก เคยใช้บ้างเวลาตาแห้งมาก ๆ)
เหมือนหมออ่านทันความคิด สวนขึ้นมาว่า…
“อันนี้เป็นน้ำตาเทียมพิเศษ ไม่ใส่สารกันเสีย หยอดทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง
เพราะฉะนั้นแต่ละหลอดเปิดแล้วใช้ได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมงนะ
ดู ๆ แล้วเห็นมั๊ย แต่ละวันต้องหยอดยาหลายที
บางครั้งมันจะซ้ำกัน…ระหว่างยาสเตียรอยด์ และน้ำตาเทียม
ซึ่งหากหยอดติดกัน มันจะเจือจางกันไป เพราะฉะนั้นควรหยอดอันไหนก่อน?”
หมอเล่นหันมาโยนคำถาม ประหนึ่งพิธีกรเกมโชว์
ผมกำลังนึกคำตอบ กลัวพลาดเงินรางวัลสิบล้าน
หมอก็รีบตัดหน้าเฉลยเหมือนกลัวผมตอบได้ …
“หยอดยาก่อน ทิ้งไว้สิบนาที แล้วหยอดน้ำตานี้ตาม”
ว่าแล้วก็หยิบหลอดน้ำตาเทียมตัวอย่างมาให้ดู
มันเป็นหลอดสีขาวขุ่นเล็ก ๆ เรียงติดกันเป็นแผง
เห็นครั้งแรก ผมนึกถึงหลอดยาเฮโรอีนแบบในหนังฝรั่ง
โอว… เวลาใช้ เกิดอยู่ในรถใครมาเห็นเข้าคงสนุกพิลึก
ยาตัวสุดท้ายนี่เด็ดสุด
หมอถามก่อนว่า มีโรคอะไรเกี่ยวกับตับ หรือไตมั๊ย?
ผมส่ายหัวงง ๆ … (โรคหัวใจไม่แน่ครับหมอ อิ..อิ)
หมอรัวต่อ ไม่ให้จังหวะผมอมยิ้ม
“ยาด็อกซีคลีน 100mg นี่ให้ไปทานนะ วันละสองครั้งพอ
จริง ๆ แล้ว มันเป็นยารักษาเกี่ยวกับตับ แต่ Side effect ของมันนี่
มีผลต่อการสร้างเนื้อเยื่อ…. ฯลฯ”
สรุปว่ากินยาไม่ได้เอาผลรักษามันโดยตรง แต่เอาผลทางอ้อมแทน
วินาทีนั้น ผมนึกไปถึง “ไวอะกร้า”
คนคิดค้น ต้องการหายาขยายหลอดเลือด แต่ดันไปขายดี
เพราะผลข้างเคียงของมัน :-)
และเหมือนดวงมันจะเสียตังค์
จ่ายค่ายาแสนแพงแล้ว
ตอนเย็นผมต้องไปตัดแว่นใหม่อีก
เพราะแว่นที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ใช้มา 7 ปีแล้ว
(ใคร ๆ ก็ถามใช้ทนมาได้ไงขนาดนี้)
จริง ๆ ก็ยังพอใช้ได้ แต่นี่ต้องขับรถ และมีชีวิตอยู่กับแว่นอีกหลายอาทิตย์
เลยต้องวัดใหม่ให้เรียบร้อย
ทุกวันนี้เลยไปไหนมาไหน มีอวัยวะชิ้นที่สามสิบสาม
เกี่ยวบนดั้ง รั้งบนหูไปด้วย
พยายามกินยา และหยอดตาตามคุณหมอสั่ง
อาการเจ็บตาเริ่มดีขึ้น แต่อาการมองเห็นยังไม่ดี
ตาที่เบลอ บวกกับกำลังแว่นที่เปลี่ยนใหม่
ช่วงนี้เลยงง ๆ อยู่
เคยอ่านเรื่องราวของคนที่ต้องเข้าเฝือกแขนขวาข้างถนัด
แต่ก็พยายามฝึกใช้แขนอีกข้างทำหลาย ๆ อย่างแทนแขนที่เจ็บ
บางคนทำได้ดีถึงขนาดถนัดสองข้างไปเลย
อ่านแล้วก็เป็นแรงบันดาลใจ อยากทำอะไรแบบนั้นบ้าง
แต่การเจ็บตาข้างขวา
แล้วจะฝึกตาข้างซ้ายให้ทำแทน คงเป็นเรื่องลำบาก
ช่วงนี้ หากสาว ๆ คนไหน
เห็นผู้ชายใส่แว่นเดินเหล่ ด้วยมุมเอียงข้างซ้ายสี่สิบห้าองศา
อย่าว่ากันเลยนะครับ
เค้ากำลังกายภาพบำบัดตาข้างที่เจ็บอยู่ :-)

9 thoughts on “หน้าต่างครึ่งบาน

  1. จิ๊บ says:

    เข้าใจอารมณ์นี้เลยเพราะเจ็บตาขวาอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ต้องกลับมาพึ่งพาแว่นอันเก่าที่ไม่เคยใส่ออกนอกบ้านมาเป็นเวลาแรมปี ใส่แล้วไม่ชินเลย เดินแล้วเหมือนกะระยะไม่ค่อยถูกน่ะ

  2. iNiNGz says:

    พอรู้แบบนี้แล้ว เลยทำให้ต้องระวังตาตัวเองเหมือนกัน .. นิ้งยิ่งเป็นประเภทไม่ค่อยจะรักษาความสะอาดเจ้าคอนแทคเลนส์ เท่าที่ควร อยู่ซะด้วยง่ะ :)
    หายไว ๆ นะคะ

  3. Boom says:

    เขียนมาให้กำลังใจคนโดนไซด์เอ๊ฟเฟคนะจ๊ะ ตาเจ็บ แถมเป๋าตังค์ยังเจ็บด้วย อิอิ แต่ไม่ต้องคิดมากนะ หล่อด้วยแว่น แบบ ทอม ครูซ เลย มั่นใจ มั่นใจ นะ

  4. กบ says:

    “กบ”เองตอนนี้ตาเป็นต้อลมทั้ง 2 ข้าง ตกเย็นทีไรตาจะแดงมากเพราะถูกลมถูกแดด แถมไม่ยอมใส่แว่นตาตามคำแนะนำของหมออีก เวลาใส่แว่นตามักจะปวดหัวเสมอ ๆ เลยไม่ชอบใส่แว่นตา หมอบอกว่าไม่เป็นอันตรายร้ายแรงอะไร แค่ทำให้มีอาการตาแดงเท่านั้นเอง ส่วนการรักษาหมอบอกว่าถึงจะรีบรักษาตอนนี้ก็มีโอกาสเป็นใหม่ได้อีก ให้รอไปก่อนเมื่อมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นแล้วจึงจะทำการรักษาให้..อย่าลืมพักสายตามาก ๆ และทานยาตามหมอสั่งนะคับ”ลุงเอก”

  5. lowbatt says:

    เจ็บนานไม่ได้นะเอก ต้องรีบมาทำร้านเนอะ พี่เป็นกำลังใจช่วยจ้า

Comments are closed.